Job Description คืออะไร เขียนอย่างไรให้น่าสนใจ

Job Description คืออะไร เขียนอย่างไรให้น่าสนใจ

JD (Job Description) ภาษาไทยเรียกว่า ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบงานตำแหน่งงาน หรือ คำบรรยายลักษณะงาน / ใบพรรณนาหน้าที่งาน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบรรยายลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน รวมถึงคุณสมบัติของคนที่ทำงานในตำแหน่งหน้าที่ที่กำหนด


โดยพื้นฐานแล้ว Job Description ตามมาตรฐานนั้นประกอบไปด้วย

1. ตำแหน่งงานที่ชัดเจน / สังกัด (ฝ่าย หรือ แผนก)
2. คุณสมบัติที่ต้องการ / ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน
3. หน้าที่และความรับผิดชอบในการทำงาน
4. โครงสร้างตำแหน่ง / สายงานบริหาร / สายงานบังคับบัญชา
นี่คือองค์ประกอบที่จำเป็นและขาดไปไม่ได้ แต่หากอยากให้ Job Description ดูน่าสนใจมากขึ้น และดึงดูด Candidate ที่ใช่และตอบโจทย์องค์กรจริง มีอะไรบ้าง

1.Job Description ควรระบุฐานเงินเดือนให้ชัดเจน

การระบุค่าตอบแทนที่ชัดเจนส่งผลต่อการพิจารณาการส่งใบสมัครงานของผู้สมัครมากทีเดียว เพื่อพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานบริษัทคร่าวๆได้ ควบคู่ไปกับความเหมาะสมต่อตำแหน่งงานนั้นๆ เช่น บริษัทบางแห่งหากกำหนดเงินเดือนไว้ในเรทที่มากกว่าเรททั่วๆไป ผู้สมัครก็คงพอจะ assume ได้ว่าบริษัทมีโครงสร้างบริษัทเป็นอย่างไร ใหญ่หรือเล็ก ตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบ มีขอบเขตน่าจะกว้างแค่ไหน เป็นต้น

2.Job Description ควรระบุสวัสดิการพนักงาน

สวัสดิการของพนักงานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้สมัครให้ความสนใจ อาจเรียกได้ว่า ผู้สมัครรุ่นใหม่อาจคำนึงถึงสวัสดิการที่ได้รับมากกว่าเงินเดือนเสียอีก เพราะสวัสดิการที่ดีหมายถึงการได้รับ facility ดีๆ การได้รับโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ซึ่งปัจจุบันนี้มีสวัสดิการให้พนักงานมากมายและหลากหลายมากขึ้น เช่น บางบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานสามารถเบิกเงินซื้อหนังสือได้ สวัสดิการในการเบิกเงินซื้อเสื้อกันหนาว สวัสดิการคุณผู้ชายสามารถลาคลอดได้ เป็นต้น

3.Job Description ต้องระบุข้อมูลพื้นฐานของบริษัท

รายละเอียดพื้นฐานทั่วไปของบริษัท เช่น เป็นบริษัทเกี่ยวกับอะไร กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร จุดแข็งและค่านิยมของบริษัทเป็นอย่างไร สถานที่ตั้งที่ทำงานอยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร เหล่านี้เป็นรายละเอียดพื้นฐานของบริษัทที่จำเป็นมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งควรจะระบุไว้ให้ชัดเจนเพื่อผู้สมัครสามารถค้นหาได้โดยง่าย จากสถิติระบุไว้ว่า 64 % ของผู้สมัครงาน พวกเขาจะค้นหาข้อมูลบริษัทเสมอ และหากพวกเขาพบข้อมูลของบริษัทไม่เพียงพอหรือไม่พบเลย มีแนวโน้มสูงมากทีเดียวที่ผู้สมัครจะ move on ไปสมัครงานที่อื่น ตำแหน่งอื่นที่น่าสนใจ ค้นหาง่ายมากกว่า

4.รายละเอียดเพิ่มเติมที่ช่วยดึงดูดให้ผู้สมัครงานสนใจ

เพราะปัจจุบันผู้สมัครนิยมอ่านรีวิวบริษัทประกอบการตัดสินใจเลือกทำงานกับบริษัทนั้นๆ หรือแม้แต่ก่อนตัดสินใจยื่น resume ว่าตำแหน่งที่สนใจนั้น มีรีวิวดีหรือแย่ มีอะไรดึงดูดความสนใจเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น สถานที่ทำงานที่น่าทำ อายุเฉลี่ยของพนักงาน มีหลักสูตรอบรมเพิ่มเติม หลักสูตรพัฒนาบุคคล มี Career Growth ที่ชัดเจนและเป็นไปได้ เป็นต้น

5.Job Description ต้องระบุ Mission ของบริษัท วิสัยทัศน์ และวัฒนธรรมองค์กร

การที่ผู้สมัครได้รู้ถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรก็จะช่วยให้รู้และเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าขณะนี้องค์กรอยู่ในสถานการณ์อย่างไร มีแผนหรือโครงการที่จะมุ่งหน้าไปในทิศทางไหน รวมถึงได้รู้ด้วยว่าองค์กรแห่งนี้มีบุคลิกที่เหมาะกับตนหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญมากเช่นกัน หากวิสัยทัศน์องค์กรไม่ชัดเจน ผู้สมัครมาสมัครงานก็ยังไม่ทราบถึง Mission หรือเป้าหมายขององค์กร ก็ส่งผลให้เกิดความลังเลตามมาว่าองค์กรนี้อาจจะยังไม่ใช่คำตอบหรือยังไม่เหมาะก็เป็นไปได้

คุณสมบัติเด่นของ Recruitment ระบบการคัดสรรพนักงาน Prosoft HRMI

  • สามารถเก็บข้อมูลผู้สมัครได้อย่างละเอียด เพื่อนำไปเป็นข้อมูลพนักงานหากพนักงานผ่านการสัมภาษณ์งาน
  • สามารถสร้างข้อสอบเพื่อใช้ทดสอบผู้สมัครงาน/พนักงานได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบปรนัย, อัตนัยและรูปภาพ
  • สามารถกำหนดให้ Random ชุดข้อสอบได้
  • สามารถแสดงผลการสอบได้อย่างละเอียด
  • สามารถกำหนดให้ส่ง E-mail แจ้งผลแก่ผู้สอบ กรณีผลสอบไม่ผ่านระบบสามารถเลือกสำรองรายชื่อเพื่อเป็นข้อมูลเรียกใช้กรณีต้องการพนักงานเร่งด่วนได้





ขอบคุณที่มา : th.hrnote.asia

 67
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเทรนนิ่งพนักงานมี 2 ทางเลือกหลัก หากองค์กรไม่เลือก On the Job Training หรือการฝึกพนักงานให้เรียนรู้จากการทำงานจริง ก็สามารถเลือก Off the Job Training ซึ่งอาจเป็นการจัดคอร์สนอกเวลาหรือจ้าง Outsource มาดูแลการฝึกทักษะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษา, Soft Skills หรือ Hard Skills

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้มีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อสงเคราะห์ลูกจ้าง กรณีออกจากงาน หรือตาย หรือในกรณีอื่นที่กำหนดโดยคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีผลเริ่มใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2568

การเสียภาษีเงินได้เป็นการเสียภาษีแบบขั้นบันได ซึ่งหมายความว่าผู้ที่มีรายได้มากขึ้นจะต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูงขึ้นตามระดับรายได้ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย โดยแบ่งเป็นช่วงรายได้ต่างๆ ที่มีอัตราภาษีแตกต่างกันไป  มาดูกันว่าใครบ้างที่ต้องเสียภาษีและต้องยื่นภาษีเงินได้
โปรแกรมบริหารงานบุคคล Prosoft HRMI มีระบบสวัสดิการเงินกู้ของพนักงาน (Loan Management) ที่แยกมาจากระบบสวัสดิการ (Welfare) เพื่อกำหนดสวัสดิการต่างๆ ของพนักงาน และควบคุมการใช้ทรัพย์สินภายในองค์กร และช่วยเพิ่มความสามารถในการจัดการสวัสดิการเงินกู้ของพนักงาน
ระบบอนุมัติเอกสารออนไลน์ (Approve Center) คือ ระบบที่ช่วยให้การขออนุมัติเอกสารเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเป็นระบบการทำงานแบบ Workflow ที่ครอบคลุมถึงทุกแผนกในองค์กร สามารถทำได้ง่าย ๆ บนแอปพลิเคชันเดียว อนุมัติได้จากทุกที่ ทุกเวลา บนอุปกรณ์ที่หลากหลาย ทั้ง PC, Laptop, Tablet และ Smartphone
สัญญาจ้างงาน คือ ข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่ระบุเงื่อนไขการจ้างงาน โดยทั่วไปจะกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบ ค่าตอบแทน และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนระหว่างทั้งสองฝ่าย และช่วยลดข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์